การดูแลกระเป๋าหนัง

4Oct

POSTED BY

การดูแลกระเป๋าหนัง

กระเป๋าที่ ใช้อยู่เป็นประจำ หรือใช้นาน ๆ นานวันเข้าก็เก่าเป็นธรรมดา บทความนี้เราจะมาดูวิธีการทำความสะอาด และเทคนิคการดูแลกระเป๋าหนัง วิธีรักษากระเป๋าให้คงสภาพเดิม เนื่องจากกระเป๋าที่ทำด้วยหนังมักจะมีราคาสูงจึงต้องได้รับการดูแลเพื่อให้ใช้ได้นานๆ ตัวอย่างการดูแล เช่น กระเป๋าหนังที่ ซื้อมาใหม่ ๆ ควรใช้สเปรย์ หรือใช้ครีมรักษาหนัง ป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนัง มีคุณภาพดี ทนทานต่อริ้วรอยยิ่งขึ้น รวมทั้งการรักษารูปทรงและการเก็บกระเป๋าไม่ให้โดนแดดเผาเพราะหนังจะกรอบซีดและเสียหายได้ เรามาดูวิธีการดูแลกระเป๋าหนังตามหัวข้อด้านล่างได้เลยครับ

1. เช็ดทำความสะอาดกระเป๋า

เช็ดกระเป๋าของเราสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนล่ะครั้งด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ… ผสมสบู่เหลวจำนวนเล็กน้อยกับน้ำอุ่นและใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาด ๆ หรือแห้งเล็กน้อย เพื่อเช็ดสิ่งสกปรกออกจากกระเป๋าหนัง (อย่าใช้น้ำมากเกินไปหนังต้องใช้เวลาในการแห้ง) หนังมีความอ่อนไหวต่อการดูดซับไขมันและน้ำมันหากเลอะน้ำมันพยายามซับน้ำมันออกไปก่อนทำความสะอาด และพยายามเช็ดไปในทิศทางเดียวกับลายของหนัง จากนั้นใช้ผ้าแห้งสะอาด ซับน้ำสบู่หรือน้ำที่ยังหลงเหลือ แล้วทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ30นาที อย่าใช้ไดร์เป่าผมเพื่อเร่งเวลา ถ้ารีบให้วางกระเป๋าหน้าพัดลม ลมเย็นไม่ทำร้ายกระเป๋าเหมือนลมร้อน และอย่าทิ้งกระเป๋าหนังของเราตากแดดหรือโดนแดดโดยตรง … อาจทำให้สีซีดและทำให้หนังเสียหายได้ หากกระเป๋าหนังเลอะหมึกหรือคราบต่างควรพก Baby wipes ไว้ในกระเป๋าตลอด เช็ดรอยเปื้อนกระเป๋าออกได้ทันทีทันใด

2. ใช้ครีมใขปลาวาฬ บำรุงกระเป๋า

ใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นสำหรับกระเป๋า เช่นครีมใขปลาวาฬ สำหรับทากระเป๋าและซิป ให้ความชุ่มชื้นสำหรับกระเป๋าหากกระเป๋าของคุณมันแห้งๆกรอบๆ หรือทากระเป๋าหนังเมื่อซื้อมาใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้มีรอยเปื้อนและรอยย่น ทาครีมทากระเป๋าเป็นวงกลมด้วยผ้านิ่ม ครีมทากระเป๋าหนังจะช่วยให้กระเป๋านิ่มให้ความชุ่มชื้น หรือใช้ทาซิปเพื่อให้รูดได้สะดวกขึ้นเหมาะสำหรับกระเป๋าหนังที่ไม่ได้ทำจากหนังออยเพราะหนังออยมีน้ำมันในตัวหนังอยู่แล้ว ห้ามใช้ครีมทามือแทนครีมที่ออกแบบมาสำหรับทากระเป๋าหนังเพราะจะทำให้กระเป๋าเป็นรอยและทำให้หนังเสื่อมสภาพ หลีกเลี่ยงการถือกระเป๋าถ้าคุณเพิ่งทาครีมทามือ ควรเช็ดมือให้สะอาดก่อน

แนะนำครีมใขปลาวาฬเป็นครีมที่ใช้ในโรงงานฟอกหนัง (สำหรับทากระเป๋าและซิป) ราคา 300 บาท ต่อ 1 กระปุก ราคาพร้อมส่ง สนใจติดต่อ Line:wit-san

3. ให้กระเป๋าเป็นทรงเดิมเสมอ

ใส่กระดาษ parchment กระดาษที่ใช้รองถาดขนมอบ (ไม่ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เพราะจะมีรอยเปื้อนติดกระเป๋า) ในกระเป๋าหนังเพื่อคงรูปร่างกระเป๋าไว้ และเก็บกระเป๋าหนังในถุงผ้าเก็บฝุ่นที่แถมมาถ้าไม่มีสามารถใช้ปลอกหมอนได้ (ห้ามเอากระเป๋าใส่ถุงพลาสติก) รวมทั้งใส่ซองซิลิก้าเจลเพื่อควบคุมระดับความชื้น นำกระเป๋าหนังออกทุกๆสองสัปดาห์เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อรา

4. ใช้ครีมลบรอยทากระเป๋า

หากกระเป๋าเป็นรอยขูดขีดแนะนำครีมลบรอยกระเป๋าแบบเอนกประสงค์เพื่อลบรอยขูดขีดต่างๆ หรือสามารถหาครีมสีที่ตรงตามสีของกระเป๋า(เปรียบเทียบคล้ายๆกับกีวี่ขัดรองเท้าสีดำใช้สำหรับขัดรองเท้าสีดำ) ครีมแบบนี้นิยมใช้ในงานสปากระเป๋าเพื่อให้สีหนังกลับมาใหม่สดใส

รูปตัวอย่างครีมลดริ้วรอยเอนกประสงค์ที่ใช้ในงานสปากระเป๋า

5.เบกกิ้งโซดากำจัดกลิ่น

หากกระเป๋าเหม็นอับหรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์แนะนำให้ใช้เบกกิ้งโซดาห่อผ้าแล้วพรมน้ำหอมจากนั้นนำไปวางไว้ด้านในกระเป๋าหรือรองเท้า

6. ส่วนอื่นๆของกระเป๋า

ในส่วนด้านในกระเป๋าส่วนมากจะบุซับในด้วยผ้าแคนวาส ผ้าไนลอน หรือหนังกลับ ซึ่งวิธีการทำความสะอาดนั้นง่ายมาก เพียงแค่กลับด้านในของกระเป๋าออกมาและใช้ลูกกลิ้งกระดาษกาว ถูอย่างเบามือ หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็กดูดทำความสะอาดในส่วนซิปให้รูดซิปออกจากนั้นใช้ขี้ผึ้ง ครีมขัดหนัง หรือ ครีมอเนกประสงค์ที่หาง่ายและราคาไม่แพง ถูตามแนวขอบซิป ก็จะทำให้ซิปเงางามแถมยังรูดง่าย หูกระเป๋าและสายสะพาย อีกหนึ่งชิ้นส่วนที่ไม่ควรมองข้ามและต้องดูแลเป็นประจำสิ่งที่ทำให้กระเป๋าและหูกระเป๋ามีสีซีดหรือหมองคือโลชั่นที่เราทากันเป็นประจำ หรือหากกระเป๋ารับน้ำหนักมากเป็นประจำ ก็อาจทำให้หูหรือสายสะพายขาดได้ วิธีที่จะยืดอายุการใช้งานหูกระเป๋าและสายสะพายคือ ระวังไม่ใช้มือที่เปื้อนน้ำมันโลชั่นคราบอื่นๆจับ ควรใช้ทิชชูเปียกเช็ดมือก่อนจับกระเป๋า และสิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ใส่ของหนักจนเกินไป

Leave a reply